ถอดแนวคิด S2O เฟสติวัลไทย ส่งออกสงกรานต์สู่สายตาโลก จนต่างชาติขอซื้อลิขสิทธิ์
- workpointtoday
- Jan 20, 2025
- 1 min read
Updated: Feb 11, 2025
‘เฟสติวัล’ 1 ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ที่กำลังถูกจับตาในฐานะอาวุธยุทธศาสตร์ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย
ถึงขนาดที่ว่า ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ประกาศเป้าหมายในงาน THACCA SPLASH – Soft Power Forum 2024 ที่ผ่านมาว่าจะดันไทยให้ติด 1 ใน 10 สุดยอดประเทศเฟสติวัลโลก

หากดูจากต้นทุนทางวัฒนธรรมที่ไทยมีไม่ว่าจะเป็นเทศกาลประเพณีทั้ง 77 จังหวัด และงานเทศกาลประจำปีของไทยโดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นเฟสติวัลไฮไลท์ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ทุกปี ก็ดูไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมที่จะดันเฟสติวัลให้เป็น Soft Power อันดับต้นๆ ของไทย
พูดถึง “เทศกาลสงกรานต์” เฟสติวัลที่ส่งออกสงกรานต์ไทยสู่สายตาโลก สร้างชื่อเสียงและทำให้หลายประเทศรู้จักและเข้าใจเทศกาลสงกรานต์ของไทยมากขึ้นก็คือ ‘S2O Songkran Music Festival’ เทศกาลที่นำการละเล่นที่คนไทยชื่นชอบมาเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียแล้วผสมผสานกับความสนุกของดนตรี EDM ไว้ด้วยกัน เป็นการสร้าง Unique Experience ประสบการณ์แห่งความสุขสุดขีด มันส์สุดขั้ว ที่หาไม่ได้จากเทศกาลดนตรีอื่นๆ

ความสำเร็จของ S2O ไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้บินมาร่วมงานที่ประเทศไทยทุกปี แต่ยังดึงความสนใจจากผู้ประกอบการต่างชาติให้อยากซื้อลิขสิทธิ์งาน S2O ไปจัดที่ประเทศของตน
เปิดเวทีต่างแดนครั้งแรกที่งาน ‘S2O Japan’ เมื่อปี 2018 จนถึงปัจจุบันประเทศที่เคยจัดงาน S2O ไปแล้ว ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เวียดนาม ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งทุกประเทศล้วนแล้วแต่ประสบความสำเร็จทั้งจำนวนผู้เข้าร่วมงานและเสียงตอบรับที่อยากให้มีการจัดงานทุกปี
แนวคิดการจัดงานเฟสติวัลให้ประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจไปทั่วโลกแบบ S2O คืออะไร? นี่คือประเด็นสำคัญที่ได้จาก Vision Stage เวทีเสวนาในหัวข้อ Buyer’s Perspective: S2O Purchasing Insights ที่จัดขึ้นภายในงาน THACCA SPLASH – Soft Power Forum 2024

ปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O Songkran Music Festival บอกว่า “จุดเด่นของ S2O คือ การสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมซึ่งมีน้ำเป็นตัวชูโรงโดยที่เรื่องของดนตรีก็ต้องสร้างความประทับใจให้กับคนที่อยากมาสนุกกับเสียงเพลง ทั้งหมดนี้ต้องอยู่ภายใต้ความปลอดภัย 100%”
“S2O ในประเทศไทยปีนี้จัดเป็นปีที่ 7 ทุกปี ต้องสร้างความแตกต่างเพื่อให้คนที่เคยมาแล้วเขาได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ เมื่อเมษายนที่ผ่านมาเราจัดที่ Live Park พระราม 9 พื้นที่งานกว้างเกือบ 100 เมตร เวทีสูงกว่า 40 เมตร จัดโชว์จากดีเจชื่อดังระดับโลกแบบ Non-stop กว่า 21 โชว์ พร้อมแสง สี เสียง พลุไฟ ระบบน้ำ และ Water Gun ที่อลังการมากๆ”
“เราเชื่อว่าดนตรีคือภาษาสากลที่ทรงพลัง ประกอบกับเสน่ห์ของเทศกาลสงกรานต์ที่ใครเคยมาสัมผัสด้วยตัวเองจะรู้ว่ามันเป็นเทศกาลที่เต็มไปด้วยความสนุก รอยยิ้ม และมันถูกพิสูจน์ให้เห็นได้จากการเติบโตของ S2O ในการเดินทางไปจัดงานในหลายประเทศ ซึ่งในเดือนสิงหาคมปีนี้เราจะเป็นครั้งแรกที่ S2O จะได้ไปปักธงไทยที่มหานครนิวยอร์ก เป็นการจัดงานนอกเอเชียเป็นครั้งแรก”
ด้าน Brian Tsai จาก S2O Taiwan ที่กำลังจะกลับมาจัดงาน S2O อีกครั้งในวันที่ 13-14 กรกฎาคมนี้ บอกว่า “S2O เป็นเทศกาลที่แปลกใหม่สำหรับวัฒนธรรมคนไต้หวัน ตัวผมเองก่อนหน้านี้ไม่รู้จักเทศกาลสงกรานต์มาก่อน แต่พอได้สัมผัสด้วยตัวเองจริงๆ มันเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก และก็ท้าทายในฐานะคนจัดงานเพราะก็มีคนบางกลุ่มที่ชอบเทศกาลดนตรีแต่เขาก็ไม่อยากเปียก เราจัดโซน VIP เป็นพื้นที่แห้งให้กับคนกลุ่มนี้ ส่วนคนที่อยากเปียกพวกเขาจะได้ประสบการณ์ที่สนุกจนลืมไม่ลง เราเลือกจัดช่วงฤดูร้อน ดังนั้นกิมมิกของงานคือ บิกินี่ สุดท้ายแล้วก็สามารถหาจุดที่ลงตัวระหว่างวัฒนธรรมของไทยและตัวตนของคนไต้หวัน”

สำหรับประเทศเกาหลี เทศกาลสงกรานต์ ดูเหมือนจะเป็นอีเวนท์ที่คนเกาหลีรู้จักเป็นอย่างดีและเป็นเทศกาลที่คนเกาหลีชื่นชอบและตั้งใจเดินทางมาไทยช่วงเดือนเมษายนเพราะสิ่งนี้ Eun Sung Kim จาก S2O Korea บอกว่า “ที่ผ่านมาเรามองหาเทศกาลที่จะทำให้คนเกาหลีออกมาทำกิจกรรมร่วมกันกลางแจ้งได้ในหน้าร้อน ไม่เช่นกันกิจกรรมก็จะถูกจำกัดอยู่ในห้องแอร์ S2O ตอบโจทย์สิ่งที่เรามองหา สำหรับคนเกาหลีค่อนข้างง่ายในการสื่อสารว่านี่คือเทศกาลสงกรานต์ เพราะคนส่วนมากรู้จักและก็บินมาเมืองไทยเพราะอยากมาร่วมเทศกาลสงกรานต์ ไม่แปลกใจที่จัดงานครั้งแรกทุกคนก็ให้การตอบรับที่ดีมากๆ เราค่อนข้างได้มีอิสระในการทำโชว์ทั้งหมดหรือเรื่องการดีไซน์งานและการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้ ผมว่ามันเป็นการผสมผสานที่ดีและแสดงให้เห็นถึงการเปิดกว้างรับฟังความเห็นของกันและกัน”
Carvin Chan จาก S2O Hong Kong เล่าว่า หลังจากที่สถานการณ์โควิดซา เขาเริ่มมองหาเทศกาลที่จะทำให้คนฮ่องกงกลับมาร่วมตัวกันและสนุกอีกครั้ง “ผมจำได้ว่าเพื่อเคยพูดถึง S20 และผมก็ลองมาร่วมงานที่ไทยมันทำให้ผมประทับใจมาก ผมเห็นผู้คนจากหลากหลายประเทศมาสนุกด้วยกัน เลยตัดสินใจซื้อ S2O มาจัดที่ฮ่องกง เราอาจจะต่างจากประเทศอื่นๆ ตรงที่ไม่ได้โฟกัสที่ตัวศิลปินหรือดีเจมากนัก แต่จะโฟกัสไปที่ประสบการณ์และชูสถานที่จัดงาน Central Harbourfront เป็นไฮไลท์ ในลักษณะที่ว่า คุณจะได้ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ที่นี่ และถ้าคุณอยากได้รูปเจ๋งๆ ลงไอจีต้องมางานนี้ เพราะมันเป็นโลเคชั่นจัดงานเทศกาลที่หาไม่ได้จากในฮ่องกง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก”
ปุลิน บอกว่า “แต่ละประเทศที่ซื้อลิขสิทธิ์ไปล้วนมีความแตกต่างทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นคุณค่าที่ให้ความสำคัญเช่นกัน เนื่องจากงาน S2O เองก็มีเรื่องของประเพณีและวัฒนธรรมไทยเป็นส่วนหนึ่ง ช่วงเวลาของการจัดงานส่วนใหญ่จะเป็นช่วงซัมเมอร์ของประเทศนั้นๆ ที่สำคัญพาร์ทเนอร์เองต้องเข้าใจถึงรูปแบบความสนุกของงาน ส่วนเรื่องวิธีการจัดการ การทำตลาด จะให้แต่ละประเทศตัดสินใจ เพราะเขาเป็นเจ้าของประเทศต้องรู้อยู่แล้วว่าคนที่นั้นต้องการอะไร เราต้องฟังเขาด้วย ไม่ใช่เอาคำว่าสงกรานต์ทั้งก้อนไปโยนให้ มันเป็นการเรียนรู้ร่วมกัน เคารพกันและกัน”
ปัจจุบัน นอกจากรัฐบาลจะยกให้ S2O เป็น Official Soft Power Event ของไทยแล้ว ในมุมของผู้จัดงานมองว่า “หน้าที่ของเราในฐานะผู้จัดงานคือการเชื้อเชิญและดึงดูดให้คนมาร่วมงาน หรือผู้ประกอบการก็ต้องให้เขามองเห็นว่างานนี้จะสร้างผลตอบแทนให้เขาได้อย่างไร ตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมา S2O เป็นเครื่องมือที่ดึงความสนใจจากชาวต่างชาติมองไทยในมุมอื่น เราสนุกกันได้ผ่านเทศกาลนี้ เมื่อเขาสนุกสุดท้ายแล้วเขาจะภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย” ปุลิน กล่าว
By workpointtoday

Great insight—this shows how S2O successfully turns a local cultural celebration into a global entertainment brand while still keeping the spirit of Songkran alive. The way it blends tradition with modern festival energy is really impressive. It kind of feels like Golf Hit—with the right timing and direction, something local can travel far and make a big impact.